จีน-เกาหลีใต้ คุมเข้ม Influencer ปิดปากผู้สร้างคอนเทนต์ในประเด็นอ่อนไหว อนาคตของการแสดงความเห็นจะเป็นอย่างไร?
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากเอเชียตะวันออกชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลของประเทศสำคัญอย่าง จีน (China) และ เกาหลีใต้ (South Korea) กำลังพยายามเข้ามามีบทบาทในการควบคุมและจำกัดอิทธิพลของผู้สร้างคอนเทนต์ (Creators/Influencers) ในประเด็นที่ถือว่า “อ่อนไหว” หรือมีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติครับ
🇨🇳 จีน: มุ่งเน้นไปที่ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
รัฐบาลจีนได้ออกกฎระเบียบใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่การควบคุมคอนเทนต์ประเภท “การเงิน” และ “เศรษฐกิจ” โดยเฉพาะ:
- ห้ามบิดเบือนข้อมูลเศรษฐกิจ: สื่อสังคมออนไลน์ถูกสั่งให้ระงับบัญชีที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์, ตลาดที่อยู่อาศัย, หรือนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล
- ควบคุมการวิเคราะห์ตลาดหุ้น: ห้ามผู้สร้างคอนเทนต์ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตอย่างเป็นทางการแสดงความเห็นเชิงวิเคราะห์หรือให้คำแนะนำด้านการเงินอย่างชัดเจน
- เป้าหมาย: เพื่อสร้างความมั่นใจและความมีเสถียรภาพให้กับตลาดเศรษฐกิจภายในประเทศ และป้องกันความตื่นตระหนกที่อาจเกิดจากการชี้นำโดยผู้ที่ไม่มีความรู้จริง
🇰🇷 เกาหลีใต้: เน้นความปลอดภัยและข้อมูลสาธารณะ
ในขณะที่เกาหลีใต้จะไม่ได้ควบคุมอย่างเข้มงวดเท่าจีน แต่ก็มีความพยายามในการควบคุมคอนเทนต์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสาธารณะและบิดเบือนข้อมูล:
- กำหนดให้ระบุตัวตน: แพลตฟอร์มต่าง ๆ กำลังถูกเรียกร้องให้มีมาตรการระบุตัวตนที่เข้มงวดขึ้นสำหรับผู้เผยแพร่ข้อมูลสาธารณะ โดยเฉพาะข่าวสารหรือข้อมูลที่มีผลกระทบต่อสังคม
- การจัดการข้อมูลปลอม (Fake News): มุ่งเน้นการต่อสู้กับข้อมูลที่สร้างความเสียหายหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงทางสังคมและการเมือง
ผลกระทบต่อ Creator และแบรนด์
- ความเสี่ยงด้านเนื้อหาที่ต้องระวัง: ผู้สร้างคอนเทนต์ต้องระมัดระวังมากขึ้นในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจ, การเมือง, หรือประเด็นทางสังคมที่มีความขัดแย้งในประเทศเหล่านี้
- การลดลงของความเห็นที่หลากหลาย: การควบคุมนี้อาจนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่ผู้สร้างคอนเทนต์เลือกที่จะหลีกเลี่ยงการพูดถึงหัวข้อเหล่านี้โดยสิ้นเชิง ทำให้ขาดการวิเคราะห์ที่หลากหลายและอิสระ
- ความน่าเชื่อถือกับใบอนุญาต: ในอนาคต การจะพูดเรื่องการเงินหรือเศรษฐกิจบนโซเชียลมีเดียในจีน อาจต้องมีใบอนุญาตอย่างเป็นทางการเท่านั้น
ความพยายามเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของรัฐบาลต่ออิทธิพลที่รวดเร็วแล