หลายธุรกิจเริ่มมองหา ERP เมื่องานขาย สต็อก และบัญชีเริ่มทำงานคนละทิศ คนละไฟล์ คำถามแรกที่มักตามมาทันทีคือ ERP ราคาเท่าไหร่ และแพ็กเกจไหนคุ้มกับขนาดทีมจริง ๆ ไม่ใช่แค่ราคาถูกที่สุด บทความนี้สรุปวิธีเทียบแพ็กเกจ Basic / Pro / Advance ของ EnsureERP จากข้อมูลบนหน้าแพ็กเกจอย่างเป็นระบบ พร้อมเกณฑ์เลือกให้ตรงกับจำนวนผู้ใช้ โมดูล และแผนขยายธุรกิจ

ERP ราคาเท่าไหร่? มองอะไรก่อนดูตัวเลขต่อเดือน
ราคาต่อเดือนเป็นจุดเริ่มที่ชัด แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะต้นทุนที่ควรนับรวมถึงจำนวนผู้ใช้ที่ต้องเข้าใช้งานจริง จำนวนธุรกิจหรือโครงการในเครือ โมดูลที่จำเป็นในช่วง 3–6 เดือนแรก พื้นที่จัดเก็บเอกสาร และการอบรมทีมให้เลิกใช้ไฟล์คู่ขนาน
ถ้าเทียบแค่ตัวเลขโดยไม่ดูขอบเขตแพ็กเกจ อาจได้ระบบที่ดูประหยัดแต่ทีมใช้ไม่ครบ หรือได้แพ็กเกจสูงเกินความจำเป็นตั้งแต่เดือนแรก แนวทางที่คุ้มกว่าคือลิสต์งานที่เสียเวลามากที่สุดก่อน แล้วค่อยจับคู่กับโมดูลและจำนวนผู้ใช้ในแต่ละแพ็กเกจ
สรุปแพ็กเกจ EnsureERP แบบเทียบกันชัด ๆ
EnsureERP แบ่งเป็นสามแพ็กเกจรายเดือน ได้แก่ Basic, Pro และ Advance โดยแพ็กเกจที่สูงขึ้นจะรวมสิทธิ์ของแพ็กเกจก่อนหน้าไว้ และเพิ่มโควตาธุรกิจ ผู้ใช้ โมดูล และพื้นที่จัดเก็บ รายละเอียดต่อไปนี้ยึดตามข้อมูลบนหน้า EnsureERP โดยตรง
Basic 1,490 บาท/เดือน — เริ่มคุมงานขายและบัญชี
- จำกัด 2 ธุรกิจ
- ผู้ใช้สูงสุด 5 คน
- มี Dashboard
- 4 Modules: Sales + Purchase + Products + Finance
- Full Sales Flow ตั้งแต่ Quotation → Invoice → Payment
- พื้นที่ 10GB
- อบรมออนไลน์
- มีโปรสมัคร 12 เดือน (ดูเงื่อนไขล่าสุดได้ที่หน้าแพ็กเกจ)
เหมาะกับทีมที่ต้องการรวมใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ การรับชำระ จัดซื้อ สินค้า และการเงินไว้ในที่เดียว โดยยังไม่จำเป็นต้องมีโมดูลคลังเชิงลึก การตลาด หรือโลจิสติกส์ในระยะแรก
Pro 1,990 บาท/เดือน — ขยายงานหลังการขาย คลัง และขนส่ง
- รวมทุกอย่างใน Basic
- จำกัด 3 ธุรกิจ
- ผู้ใช้สูงสุด 10 คน
- เพิ่ม 4 Modules: Marketing + Aftersale + Inventory + Logistic
- พื้นที่ 20GB
- มีโปรสมัคร 12 เดือน (ดูเงื่อนไขล่าสุดได้ที่หน้าแพ็กเกจ)
เมื่อทีมขายโตขึ้น มีงานติดตามลูกค้าหลังขาย ต้องคุมสต็อกหลายจุด หรือเริ่มจัดการรอบส่งของ Pro จะช่วยให้ข้อมูลไหลต่อจากงานขายไปยังคลังและโลจิสติกส์ได้โดยไม่ต้องย้ายระบบใหม่

Advance 2,990 บาท/เดือน — ครบงานปฏิบัติการ สินทรัพย์ และ HR LMS
- รวมทุกอย่างใน Pro
- จำกัด 5 ธุรกิจ
- ผู้ใช้สูงสุด 15 คน
- เพิ่ม 3 Modules: Operation + Asset + HR LMS
- พื้นที่ 30GB
- อบรมหน้างาน 1 ครั้ง
- มีโปรสมัคร 12 เดือน (ดูเงื่อนไขล่าสุดได้ที่หน้าแพ็กเกจ)
แพ็กเกจนี้เหมาะกับองค์กรที่ต้องการคุมกระบวนการปฏิบัติการ ทะเบียนสินทรัพย์ และการพัฒนาบุคลากรผ่าน HR LMS พร้อมโควตาผู้ใช้และธุรกิจที่กว้างขึ้น หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมของชุดนี้ดูได้ที่หน้า Advance Package
ตารางเทียบสั้น ๆ: อะไรต่างกันจริงระหว่าง Basic Pro Advance
สิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันของ EnsureERP ไม่ใช่แค่ชื่อแพ็กเกจ แต่คือขอบเขตการใช้งานดังนี้
- ราคาต่อเดือน Basic 1,490 / Pro 1,990 / Advance 2,990 บาท
- จำนวนธุรกิจ 2 / 3 / 5
- ผู้ใช้สูงสุด 5 / 10 / 15 คน
- โมดูล Basic มี 4 โมดูลหลักด้านขาย–จัดซื้อ–สินค้า–การเงิน; Pro เพิ่มการตลาด หลังการขาย คลัง และโลจิสติกส์; Advance เพิ่มปฏิบัติการ สินทรัพย์ และ HR LMS
- พื้นที่ 10GB / 20GB / 30GB
- การอบรม Basic มี online training; Advance มีอบรมหน้างาน 1 ครั้ง
- โปรสมัครรายปี มีโปรสมัคร 12 เดือน / มีโปรสมัคร 12 เดือน / มีโปรสมัคร 12 เดือน (ทุกแพ็กเกจ ดูเงื่อนไขล่าสุดได้ที่หน้าแพ็กเกจ)
ถ้าต้องการทำความเข้าใจภาพรวมโมดูลก่อนตัดสินใจแพ็กเกจ อ่านต่อได้ที่บทความ ระบบ ERP มีอะไรบ้าง โมดูลหลักที่ธุรกิจต้องรู้
วิธีเลือกแพ็กเกจให้คุ้ม โดยไม่ซื้อเกินจำเป็น
ใช้คำถามสั้น ๆ ต่อไปนี้เป็นเกณฑ์คัดกรอง จะช่วยตอบได้ชัดว่าควรเริ่มที่ระดับใด
1. ทีมที่ต้องเข้าใช้ระบบมีกี่คน
นับเฉพาะคนที่ต้องออกเอกสาร ตรวจสต็อก ดูยอดชำระ หรืออนุมัติงานเป็นประจำ หากช่วงแรกไม่เกิน 5 คน Basic อาจเพียงพอ แต่ถ้าฝ่ายขาย คลัง และบัญชีต้องใช้พร้อมกันบ่อย ๆ โควตา 10 หรือ 15 คนของ Pro/Advance จะลดปัญหาแชร์บัญชีหรือรอคิวใช้งาน
2. ตอนนี้เจ็บที่งานขายอย่างเดียว หรือเจ็บที่คลังและหลังการขายด้วย
ถ้าปัญหาหลักคือใบเสนอราคาไม่ต่อเนื่องถึงใบแจ้งหนี้และการรับชำระ Basic ซึ่งมี Full Sales Flow ครบจะตรงจุด หากของไม่ตรงสต็อก มีงานเคลม/บริการหลังขาย หรือต้องคุมการจัดส่ง การขยับไป Pro จะสอดคล้องกับโมดูลที่เพิ่มมา
3. มีกี่ธุรกิจหรือโครงการที่ต้องแยกข้อมูล
Basic รองรับ 2 ธุรกิจ Pro 3 ธุรกิจ และ Advance 5 ธุรกิจ หากในเครือมีหลายนิติบุคคลหรือหลายแบรนด์ที่ต้องแยกดูรายงาน การเลือกโควตาให้พอตั้งแต่ต้นจะลดงานย้ายแพ็กเกจกลางทาง

4. ต้องการอบรมแบบไหนในช่วงเริ่มต้น
ทุกแพ็กเกจมีแนวทางการเริ่มใช้งาน โดย Basic ระบุ online training ส่วน Advance รวมอบรมหน้างาน 1 ครั้ง ซึ่งช่วยได้มากเมื่อมีหลายฝ่ายต้องปรับขั้นตอนพร้อมกัน การลงทุนกับแพ็กเกจที่สูงขึ้นจึงไม่ได้มีแค่โมดูลเพิ่ม แต่รวมถึงรูปแบบการถ่ายทอดการใช้งานด้วย
ค่าใช้จ่ายเสริมที่ควรรู้ตอนคำนวณงบ
นอกจากราคาแพ็กเกจรายเดือน บนหน้า EnsureERP ยังระบุส่วนเสริมดังนี้
- เพิ่มผู้ใช้ +100 บาท/user/เดือน
- เพิ่มธุรกิจหรือโปรเจกต์ +1,000 บาท/business project
- Customize Plug-in ขึ้นกับฟังก์ชันธุรกิจ
ดังนั้นตอนคำนวณงบรวม ควรเผื่อค่าผู้ใช้เพิ่มหรือธุรกิจเพิ่มไว้ด้วย โดยเฉพาะถ้าแผน 6–12 เดือนมีโอกาสขยายทีมหรือเปิดนิติบุคคลใหม่ การเริ่มแพ็กเกจที่โควตาพอดีบวกแผนส่วนเสริมจะคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ชัดกว่าการดูเฉพาะราคาตั้งต้น
ตัวอย่างแนวทางเลือกแพ็กเกจตามสถานการณ์
- ร้านค้าหรือทีมขายขนาดเล็ก ที่ต้องการคุมใบเสนอราคาถึงรับชำระ พร้อมจัดซื้อ สินค้า และบัญชี — เริ่มที่ Basic
- ธุรกิจที่มีคลัง ส่งของ และดูแลลูกค้าหลังขาย หรือมีผู้ใช้ราว 6–10 คน — พิจารณา Pro
- องค์กรที่ต้องการโมดูลปฏิบัติการ สินทรัพย์ HR LMS มีหลายธุรกิจในเครือ หรือต้องการอบรมหน้างาน — พิจารณา Advance
หัวใจคือเริ่มจากงานที่กระทบเงินสดและเวลาของทีมมากที่สุด แล้วค่อยขยายโมดูลเมื่อข้อมูลหลักนิ่ง ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกความสามารถในวันแรก
เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจสมัคร
- ปัญหารอบ 90 วันที่อยากให้ระบบช่วยคืออะไร
- จำนวนผู้ใช้จริงในช่วง 3 เดือนแรกและช่วงขยายประมาณเท่าไร
- ต้องแยกกี่ธุรกิจหรือโปรเจกต์ในระบบ
- โมดูลขั้นต่ำที่ต้องมีทันทีคืออะไร และอันไหนรอได้
- ต้องการอบรมออนไลน์อย่างเดียว หรืออยากได้อบรมหน้างานด้วย
- มีแผนเพิ่มผู้ใช้หรือธุรกิจภายใน 12 เดือนหรือไม่ และงบส่วนเสริมพอหรือยัง
ถ้าเช็คลิสต์ยังไม่ชัด การนัดดูเดโมด้วยเอกสารจริงของธุรกิจมักคุ้มกว่าการเดาแพ็กเกจจากราคาอย่างเดียว เพราะจะเห็นทันทีว่าขั้นตอนขาย คลัง หรือบัญชีของคุณไหลในระบบอย่างไร
สรุป
คำตอบของ ERP ราคาเท่าไหร่ สำหรับ EnsureERP คือ Basic 1,490 บาท/เดือน, Pro 1,990 บาท/เดือน และ Advance 2,990 บาท/เดือน โดยแต่ละระดับต่างกันที่จำนวนธุรกิจ ผู้ใช้ โมดูล พื้นที่ และการอบรม พร้อมส่วนเสริมผู้ใช้และธุรกิจหากต้องการขยาย การเลือกที่คุ้มจึงไม่ใช่การหยิบแพ็กเกจถูกสุดหรือแพงสุดเสมอไป แต่คือการจับคู่โควตากับงานจริงของทีม แล้วเริ่มใช้งานให้ครบก่อนค่อยขยาย
อยากให้ช่วยประเมินว่าแพ็กเกจไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ?
ทีม Ensurecomm พร้อมช่วยไล่ขั้นตอนงาน เทียบโมดูล และแนะนำจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมกับขนาดทีมของคุณ ดูรายละเอียดแพ็กเกจได้ที่ หน้า EnsureERP หรือ ติดต่อทีม Ensurecomm เพื่อปรึกษาหรือนัดดูระบบก่อนตัดสินใจ
บทความที่เกี่ยวข้อง
TECHNOLOGY
ดูบทความทั้งหมด →
ERP สำหรับ SME: เลือกอย่างไรให้คุ้มงบ พร้อมเช็คลิสต์ก่อนลงทุน
ปัญหาข้อมูลธุรกิจไม่ตรงกัน แก้ด้วยระบบ ERP ได้อย่างไร