Instagram เตรียมมีฟีเจอร์ใหม่สำหรับจ่ายเงินผ่านแอพ

Instagram คือโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกและหนึ่งในจุดเด่นของ Instargram นั้นก็คือมันสามารถเป็นช่องทางสำหรับการค้าขายสินค้า-บริการต่างๆ มากมายยอดนิยมไม่แพ้ Facebook เลยล่ะ ข่าวอัปเดตล่าสุดก็คือ Instargram กำลังพัฒนาเตรียมจะมีฟีเจอร์ใหม่ชั่นสำหรับจ่ายเงินผ่านแอพโดยตรงที่จะช่วยให้ขาช็อปสามารถช็อปได้สบายมากขึ้นและฝ่ายคนขายของก็สามารถสร้างกำไรได้สะดวกสบายมากขึ้   ซื้อขายง่ายได้แค่คลิกเดียว ฟีเจอร์ใหม่ของ Instargram นี่จะสามารถเข้าถึงได้ตรงที่ตั้งค่าของบัญชี และเมื่อเข้าไปก็จะสามารถผูกบัญชีกับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตได้ เมื่อผูกบัญชีและยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว คุณก็จะสามารถซื้อสินค้าไปจนถึงการจองบริการต่างๆ ตั้งแต่ร้านอาหารไปจนถึงโรงแรมได้ง่ายภายในคลิ๊กเดียวโดยไม่จำเป็นต้องออกจาก Instargram   ธุรกิจบน Instragram จะรุ่งเรื่อง เมื่อฟีเจอร์การจ่ายเงินผ่าน Instragram เปิดใช้งานได้สำหรับทุกพื้นที่ทั่วโลก ธุรกิจบน Instragram จะรุ่งเรื่องมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยไม่เพียงแค่ Instragram มีผู้ใช้งานจำนวนมากอยู่แล้ว แต่จำนวนผู้ที่ต้องการจะมาเปิดธุรกิจบน Instragram ก็จะมีมากขึ้นเช่นกันและด้วยความสะดวกสบายของการซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดายผ่านแอพนั้นจะทำให้ สินค้าและบริการสามารถขายได้ง่ายมากขึ้น แผนต่อไปของ Instargram ก็จะเป็นแผนการเตรียมขายโฆษณาของ Instragram ที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นฟีเจอร์นี้นั้นเป็นฟีเจอร์ที่ดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งาน Instargram แต่พึ่งระวังการใช้จ่ายของคุณให้ดี มิเช่นนั้นเงินในกระเป๋าของคุณอาจจะหมดก่อนเวลาสิ้นเดือน หากช็อปแบบไม่ระมัดระวังผ่านฟีเจอร์สุดสะดวกสบายนี้บน Instargram   ที่มา: techcrunch.com

Instagram เตรียมมีฟีเจอร์ใหม่สำหรับจ่ายเงินผ่านแอพ | TheEnsure

Instagram คือโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกและหนึ่งในจุดเด่นของ Instargram นั้นก็คือมันสามารถเป็นช่องทางสำหรับการค้าขายสินค้า-บริการต่างๆ มากมายยอดนิยมไม่แพ้ Facebook เลยล่ะ ข่าวอัปเดตล่าสุดก็คือ Instargram กำลังพัฒนาเตรียมจะมีฟีเจอร์ใหม่ชั่นสำหรับจ่ายเงินผ่านแอพโดยตรงที่จะช่วยให้ขาช็อปสามารถช็อปได้สบายมากขึ้นและฝ่ายคนขายของก็สามารถสร้างกำไรได้สะดวกสบายมากขึ้ ซื้อขายง่ายได้แค่คลิกเดียว ฟีเจอร์ใหม่ของ Instargram นี่จะสามารถเข้าถึงได้ตรงที่ตั้งค่าของบัญชี และเมื่อเข้าไปก็จะสามารถผูกบัญชีกับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตได้ เมื่อผูกบัญชีและยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว คุณก็จะสามารถซื้อสินค้าไปจนถึงการจองบริการต่างๆ ตั้งแต่ร้านอาหารไปจนถึงโรงแรมได้ง่ายภายในคลิ๊กเดียวโดยไม่จำเป็นต้องออกจาก Instargram   ธุรกิจบน Instragram จะรุ่งเรื่อง เมื่อฟีเจอร์การจ่ายเงินผ่าน Instragram เปิดใช้งานได้สำหรับทุกพื้นที่ทั่วโลก ธุรกิจบน Instragram จะรุ่งเรื่องมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยไม่เพียงแค่ Instragram มีผู้ใช้งานจำนวนมากอยู่แล้ว แต่จำนวนผู้ที่ต้องการจะมาเปิดธุรกิจบน Instragram ก็จะมีมากขึ้นเช่นกันและด้วยความสะดวกสบายของการซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดายผ่านแอพนั้นจะทำให้ สินค้าและบริการสามารถขายได้ง่ายมากขึ้น แผนต่อไปของ Instargram ก็จะเป็นแผนการเตรียมขายโฆษณาของ Instragram ที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นฟีเจอร์นี้นั้นเป็นฟีเจอร์ที่ดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งาน Instargram แต่พึ่งระวังการใช้จ่ายของคุณให้ดี มิเช่นนั้นเงินในกระเป๋าของคุณอาจจะหมดก่อนเวลาสิ้นเดือน หากช็อปแบบไม่ระมัดระวังผ่านฟีเจอร์สุดสะดวกสบายนี้บน Instargram   ที่มา: techcrunch.com

ครั้งแรกของโลก สวีเดนทดลองเปิดรางถนนที่สามารถชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ได้

สโลแกน ประหยัดพลังงาน เป็นสิ่งที่หลายประเทศทั่วโลกต่างหาทางที่จะรักษาและอนุรักษ์พลังงานที่มีอยู่บนโลกนี้ให้อยู่นานที่สุด และหนึ่งในพลังงานสำคัญอย่าง น้ำมันและเหล่าพลังงานฟอสซิล ที่มีความจำเป็นมากขึ้นอาจจะไม่ได้จะมีอยู่ไปได้อีกนาน การหาพลังงานทดแทนมาใช้เป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างจับตามอง เทคโนโลยีพัฒนาและได้เข้าสู่ยุคแห่งรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าหรือพลังงานแสงอาทิตย์ ไปจนถึงรถยนต์ที่ไร้คนขับ ในตอนนี้ ครั้งแรกของโลก สวีเดนทดลองเปิดรางถนนที่สามารถชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ได้ โครงการ eRoadArlanda เพื่อล้มเลิกการใช้พลังงานฟอสซิลภายในปี 2030 ประเทศสวีเดนมีเป้าหมายที่จะล้มเลิกการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลภายในปีค.ศ.2030 โดยเริ่มจากการลดการใช้งานพลังงานฟอสซิลในการคมนาคม 70% ของพลังงานที่ใช้อยู่ทั้งหมดและได้ให้กำเนิดโครงการ eRoadArlanda โครงการสร้างถนนที่มีรางสำหรับใช้ชาร์จไฟฟ้าที่จะสามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 80-90% แถมการใช้พลังงานไฟฟ้านั้นยังสะอาดกว่า, เงียบกว่า และถูกกว่าแหล่งพลังงานอย่างอื่นอีกด้วย โดยในตอนนี้มีรางถนน 2 กิโลเมตรนี้ได้ถูกติดตั้งบนถนนที่อยู่ห่างไปจากเมืองหลวงสวีเดนไม่ไกลนัก เมื่อโครงการ eRoadArlanda สำเร็จจะช่วยให้ประเทศสวีเดนเป็นประเทศที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเสียทั้งหมดและยังสามารถช่วยลดมลภาวะพิษทางอากาศ รวมถึงยังช่วยให้เหล่ายานพาหนะและพลังงานไฟฟ้ามีราคาถูกลงได้อีกด้วย เป็นโครงการที่วางแผนก้าวไกลในการสร้างความมั่นคงของประเทศและยังช่วยปกป้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไว้ได้อีกด้วย   ที่มา: theguardian.com

งานวิจัยล่าสุดได้เปิดเผยว่า คนที่หน้าตาไม่ดีมากต่างหากที่หาเงินได้มากกว่า

คนหน้าตาดีมักจะได้รับสิ่งที่ดีกว่าเสมอหรือสามารถหาเงินได้มากกว่าคนที่หน้าตาธรรมดาหรือหน้าตาไม่ดีนั้นเป็นสิ่งที่มีงานวิจัยหนึ่งได้ออกมาเผยแพร่ว่า มันไม่ใช่ความจริง แต่ความจริงคือ คนที่หน้าตาไม่ดีมากต่างหากที่สามารถหาเงินได้มากกว่า และคนหน้าตาดีใช่ว่าจะประสบความสำเร็จทุกคนเสมอไปเพียงเพราะแค่หน้าตาดี เปิดเผยแล้วว่า คนที่หน้าตาไม่ดีนั้นหาเงินได้มากกว่า มีความเชื่อที่ว่า คนที่หน้าตาดีนั้นจะได้รับอะไรที่พิเศษมากกว่าคนอื่นและคนที่หน้าตาไม่ดีมากนั้นจะไม่ได้รับสิ่งพิเศษ เป็นข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบที่อยู่ในความเชื่อของคนมานาน แต่ความจริงที่งานวิจัยจาก Journal of Business and Psychology ที่ศึกษาจากชาวอเมริกันถึง 20,000 คนที่จัดประเภทเป็น คนที่อยู่ในกลุ่มหน้าตาดี,กลุ่มหน้าตาธรรมดา และกลุ่มที่หน้าตาไม่ดีมาก ได้เปิดเผยแล้วว่า แท้จริงแล้วคนที่ได้เปรียบจริงๆ คือ คนที่หน้าตาไม่ดีมากต่างหาก ทั้งเรื่องการสามารถสร้างรายได้มากกว่า แต่ยังไม่สามารถหาปัจจัยได้จริงๆ แล้วว่าเป็นเพราะอะไรสิ่งใดเป็นพิเศษ คนที่หน้าตาดีที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะหน้าตาดีอย่างเดียว ในงานวิจัยเดียวกันได้เปิดเผยว่า คนที่หน้าตาดีไม่ได้รับสิทธิพิเศษหรือประสบความสำเร็จมากมายเสมอไป แต่ปัจจัยที่ทำให้คนหลายคนเชื่อกันว่า คนที่หน้าตาดีนั้นส่วนมากประสบความสำเร็จและได้ดีกว่าคนหน้าตาธรรมดาหรือคนหน้าตาไม่ดีมาก นั้นก็คือ พวกเขาเป็นคนที่เปิดเผยมากกว่า พวกเขาชอบเข้าสังคมและเมื่อสิ่งเหล่านั้นนำมารวมกับความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลจึงทำให้พวกเขาโดดเด่นมากกว่า คนที่ไม่เปิดเผย ถ้าหากคนหน้าตาดีแต่ไม่ใช่คนที่ชอบเปิดเผย ไม่ใช่พวกคนที่ชอบการเข้าสังคมโดยธรรมชาติ รวมถึงสุขภาพและความฉลาดของแต่ละบุคคล สรุปแล้วจากสถิติงานวิจัยนี้ได้นำเสนอว่า คนที่หน้าตาไม่ดีนั้นส่วนมากหารายได้มากกว่าคนหน้าตาดีและปัจจัยที่ใครสักคนจะประสบความสำเร็จได้นั้นไม่ใช่เรื่องของหน้าตา การหารายได้มากกว่าและประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นมากมายที่สำคัญอย่างความฉลาด, สุขภาพที่แข็งแรง และบุคลิกของแต่ละคน   ที่มา: link.springer.com, fortune.com

3 เหตุผลที่ทำไมถึงควรขายของออนไลน์

ถ้าหากคุณสนใจและกำลังมองหาเหตุผลว่าทำไมถึงควรขายของออนไลน์อยู่แล้วล่ะก็ บทความนี้จะเหมาะกับคุณอย่างยิ่ง เพราะทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว การขายของออนไลน์ก็สามารถสร้างกำไรและขายได้ดีไม่แพ้กับการตั้งร้านขายของ ถ้าหากตั้งใจจะทำมันจริงๆ มาอ่านเหตุผลว่าทำไมยุคนี้ถึงควรขายของออนไลน์กันเถอะว่ามีอะไรบ้าง 1.ขายของออนไลน์ได้เงินดี การขายของออนไลน์นั้นเป็นช่องทางการสร้างรายได้ที่ได้เงินดีไม่น้อยเลยทีเดียว ในทุกวันนี้ไม่ว่าใครก็ต่างมีช่องทางในการทำมาหากินของตนเองได้ผ่านทางโลกออนไลน์ ถึงแม้จะมีคู่แข่งมากเสียหน่อยในการขายของออนไลน์ แต่ก็ใช่ว่าคุณจะหมดโอกาสในการเติบโตธุรกิจการขายของผ่านโลกออนไลน์ มีบางร้านในโลกออนไลน์ที่สามารถสร้างรายได้ดีกว่าเหล่าร้านค้าที่ขายของแบบมีหน้าร้านเสียอีก หากคุณตั้งใจศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมและตั้งใจทำธุรกิจขายของออนไลน์ไปเรื่อยๆ การขายของออนไลน์ก็จะได้รายได้ตอบแทนไม่น้อยเลยล่ะ อีกอย่างถ้าหากขาดทุนก็ย่อมมีโอกาสขาดทุนน้อยกว่า การต้องจ่ายค่าเช่าที่ต่างๆอีกด้วย 2.ใครๆก็ช็อปออนไลน์ โซเชียลมีเดียหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือ Instagram นั้นต่างเต็มไปด้วยร้านขายสินค้าออนไลน์ มีกลุ่มสำหรับขายหนังสือ มีกลุ่มขายเครื่องสำอางไปจนถึงขายเสื้อผ้ามากมาย เพราะว่าทุกวันนี้ใครๆก็หันมาช็อปออนไลน์กันเป็นเสียส่วนใหญ่ เพราะมันช่วยประหยัดเวลาและสะดวกสบายกว่าการเดินทางไกลเพื่อไปหาซื้อสินค้าที่ต้องการ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีลูกค้า ถ้าต้องการจะมาขายของออนไลน์ 3.ไม่จำเป็นต้องเฝ้าตลอดเวลา การขายของออนไลน์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องมีเวลาเปิด-ปิด เหมือนการไปเช่าพื้นที่ขายของและคุณไม่จำเป็นต้องเฝ้าตลอดเวลาเมื่อธุรกิจขายของออนไลน์ของคุณเริ่มไปได้ดีแล้ว เพราะทุกวันนี้ มีบริการสำหรับการตอบแชทลูกค้าให้ใช้บริการอยู่หลายเจ้า นอกจากนี้สินค้าของคุณยังสามารถถูกขายได้ตลอดเวลา เพราะว่าทุกคนสามารถเข้าถึงร้านค้าออนไลน์คุณได้เมื่อไรก็ได้ ถ้าหากบริหารเวลาจัดการได้ดีการขายของออนไลน์ก็จะสะดวกสบายกว่าที่คุณคิดเลยล่ะ แต่ขอเตือนว่าในช่วงเริ่มต้นธุรกิจขายของออนไลน์นั้นมันจะเป็นเส้นทางที่ไม่ง่ายและสะดวกสบายเลย ถ้าคิดถึงผลประโยชน์ระยะยาวการขายของออนไลน์นั้นจะสบายมากอย่างแน่นอน ถ้าลังเลอยู่ก็อย่ากลัวเลยที่จะขายของออนไลน์ มันเป็นการลงทุนที่เสี่ยงน้อยและสามารถได้กำไรสูงได้ ถ้าหากทำมันจนได้สำเร็จ

Facebook เตรียมเปิดบริการสำหรับ หาคู่ ช่วยคุณตามหารักแท้

ข่าวจากการประชุมครั้งล่าสุดประจำปีของ Facebook คือ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประกาศว่า Facebook เตรียมเปิดตัวระบบใหม่ซึ่งเป็นบริการสำหรับหาคู่ โดยเขาได้กล่าวถึงจุดประสงค์ในการสร้างบริการสำหรับหาคู่นี้มาจาก “มีผู้ใช้งานกว่า 2 ร้อยล้านคนทั่วโลกที่ระบุว่าพวกเขาโสด และหากเรามุ่งมั่นในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายระหว่างผู้คน นี่ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ีมีความหมายที่สุดในทั้งหมด.” Facebook ต้องการจะสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงผู้คนให้เข้าหาใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมและบริการสำหรับหาคู่นี้จะไม่ใช่สำหรับการใช้มันเพื่อหาคู่นอนแต่จะเป็นช่วยหาความสัมพันธ์ระยะยาวที่แท้จริง โดยบริการหาคู่ของ Facebook นั้นจะสามารถแชทถึงคู่เดทได้โดยเฉพาะที่ไม่ใช่ในรายชื่อเพื่อนที่มีอยู่ในแชทที่สร้างขึ้นสำหรับการหาคู่โดยเฉพาะ นั้นจึงทำให้เป็นการแบ่งแยกพื้นที่ของการหาคู่และหาเพื่อนได้อย่างชัดเจน Facebook vs Tinder การประกาศเปิดตัวจะสร้างบริการ หาคู่สำหรับ Facebook เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานตามหารักแท้ที่ไม่ใช่เพียงแค่คู่นอนนั้นเป็น การประกาศที่สร้างผลกระทบต่อ Tinder บริการหาคู่รายใหญ่ของโลกเป็นอย่างมาก ไม่นานหลังจากข่าวสารนี่ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้หุ้นของบริษัทเจ้าของ Tinder นั้นตกลงถึง 22% ศึกต่อไปครั้งใหญ่ระหว่างบริการหาคู่รายใหญ่ของโลกนั้นก็คือ การช่วยผู้คนตามหารักแท้ นั้นคือโฆษณาคติประจำใจสำหรับแอพคลิเคชั่นหาคู่ ทุกเจ้าล้วนสัญญาในการตามหารักแท้เป็นจุดประสงค์หลักแต่จุดประสงค์รองมันก็กลายเป็นบริการสำหรับการหาคู่นอนได้อีกด้วย เมื่อยังมีความเชื่อที่ว่า ไม่มีใครพบรักแท้ได้จากแอพคลิเคชั่นหาคู่หรอก Tinder ต้องเตรียมรับมือกับศึกครั้งใหญ่ เพราะ Facebook นั้นมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากและการมาถึงของบริการหาคู่ของ Facebook คงจะแย่งผู้ใช้บริการจาก Tinder ไปมากเลยทีเดียว ท้ายที่สุดแล้วในศึกแอพพลิเคชั่นสำหรับหาคู่ ใครกันจะเป็นผู้ชนะนั้นก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตารอดูต่อไป ในส่วนเรื่องความเป็นส่วนตัว Facebook ให้การว่าจะทำการปรับปรุงดูแลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของบัญชีทุกบัญชีให้ดีที่สุด   […]

เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าช่วยให้ตำรวจอินเดียพบเด็กที่หายไปถึง 3,000 คน

เทคโนโลยีนั้นสามารถนำมาใช้ได้หลากหลายหนทางและหนึ่งในการนำเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้านั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ได้ดีอย่างยิ่งในด้านการตามหาตัวบุคคล ทั้งเหล่าผู้ต้องหาหนีคดีและรวมไปถึงช่วยตามหาบุคคลที่ถูกระบุว่าสูญหายได้อีกด้วย ล่าสุดเทคโนโลยีตรวจจับนี้สามารถช่วยตามหาตัวเด็กที่หายตัวไปได้ถึง 3,000 คน ช่วยตามหาบุคคลสูญหายให้กลับคืนบ้านได้อีกครั้ง ในประเทศอินเดียนั้นมีเด็กที่เป็นบุคคลสูญหายถึง 200,000 กว่าคนและมีเด็กมากมายถึง 90,000 คนที่ถูกจับเข้าสู่สถาบันที่รับดูแลเด็ก หลังจากตำรวจอินเดียได้นำเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้ามาใช้งานช่วยตรวจสอบใบหน้าบุคคลถึง 45,000 คนภายในเมืองทำให้พวกเขาค้นพบใบหน้าของเด็กที่ถูกรายงานว่าสูญหายไปถึง 3,000 คนได้ภายในระยะเวลา 4 วันเท่านั้น และพวกเขาก็ได้ช่วยเหลือในการหาทางนำพาเด็กที่สูญหายให้กลับบ้านได้ เทคโนโลยีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปัญหาบุคคลสูญหายเป็นปัญหาที่จัดการได้ยากในหลายประเทศและเป็นคดีที่สามารถปิดได้ยากอีกด้วย การนำเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้ามาช่วยจัดการตามหาบุคคลสูญหายนั้นจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับประเทศอินเดียที่มีปัญหาเรื่องบุคคลสูญหายมาเป็นเวลานาน ต่อจากนี้ทางรัฐบาลอินเดียจะนำเทคโนโลยีนี้ไปพัฒนาต่อเพื่อให้มันสามารถช่วยตามหาตัวบุคคลสูญหายให้ได้มากขึ้น เทคโนโลยีจะดีหรือไม่ดีนั้นคืออยู่ที่การใช้งาน แน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้มีประโยชน์ แต่ทว่าก็มีความกังวลถึงอีกด้านหนึ่งของเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าว่ามันจะกลายเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่มากจนเกินไป เมื่อไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะมีภาพตรวจจับใบหน้าไว้อยู่เสมอ   ที่มา : independent.co.uk

พลังแห่งคอนเทนต์ และเหตุผลว่าทำไมกัน คอนเทนต์ ถึงคือ ราชา

“คอนเทนต์ คือ ราชา.” คือหัวข้อของเรียงความที่ บิล เกตส์ได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ Microsoft ค.ศ.1996 และประโยคที่สนับสนุนเหตุผลว่าทำไมกัน คอนเทนต์ ถึงคือราชาในยุคแห่งอินเทอร์เน็ตนั้นก็คือ “คอนเทนต์คือที่ที่ผมคาดหวังว่ามันจะสร้างเงินได้เป็นจำนวนมากบนโลกออนไลน์ เช่นเดียวกันกับการกระจายข่าวสารข้อมูล.” ในตอนนั้นมีเพียงบางส่วนของโลกเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้และผู้ที่รู้จักใช้ผลประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต รู้จักพลังแห่งคอนเทนต์ก็ต่างสำเร็จผลอันยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ อย่าง แจ็ค หม่า เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รู้จักพลังแห่งคอนเทนต์และเริ่มต้นจากการสร้างเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลเล็กๆที่เป็นฐานก้าวไกลไปสู่เว็บค้าปลีกแห่งเอเชียได้ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจและแบรนด์ดังมากมายที่เริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลยแต่ก็สามารถพัฒนาตนเองจนกลายเป็นแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ได้ เพราะรู้จักพลังแห่งคอนเทนต์  บิล เกตส์ได้ทำนายอนาคตของโลกอินเทอร์เน็ตล่วงหน้าไว้ถึง 20 ปีแล้วและสิ่งที่เขาทำนายไว้นั้นก็ถูกต้อง ยิ่งในทุกวันนี้ เป็นยุคที่ คอนเทนต์ คือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์และธุรกิจ มันสามารถช่วยให้แบรนด์ก้าวไกลเป็นแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลได้ มันสามารถช่วยธุรกิจให้สามารถสร้างยอดขายมากกว่าเดิมได้ ถ้าหากคุณยังไม่เชื่อว่า คอนเทนต์นั้นมีพลังมากขนาดไหน มาอ่านเหตุผลที่จะช่วยให้คุณเข้าใจพลังของคอนเทนต์มากขึ้นและรู้ว่าทำไมกันถึงต้อง ขนานนามมันว่า คอนเทนต์ คือ ราชา แห่งโลกออนไลน์ คอนเทนต์สร้างคุณค่าให้กับแบรนด์และธุรกิจ คอนเทนต์ช่วยสร้างยอดขายใหม่ๆให้กับธุรกิจได้ คอนเทนต์ที่ดีช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วม คอนเทนต์ดีต่อ SEO คอนเทนต์คุณภาพ > คอนเทนต์ปริมาณมาก   คอนเทนต์สร้างคุณค่าให้กับแบรนด์และธุรกิจ พลังสำคัญของคอนเทนต์นั้นก็คือมันสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์และธุรกิจได้มากขึ้น เมื่อมีการเผยแพร่คอนเทนต์สู่โลกออนไลน์เกี่ยวกับสินค้าและบริการของแบรนด์จะช่วยให้ลูกค้าและบุคคลทั่วไปที่มีโอกาสเป็นลูกค้าได้ในอนาคตเรียนรู้เกี่ยวกับแบรนด์นั้นมากขึ้น พวกเขาจะสามารถเข้าใจว่า แบรนด์นั้นต้องการสื่อถึงอะไร ขายอะไรบ้างและทำให้พวกเขารู้จักแบรนด์มากขึ้น ถ้าเปรียบเทียบกันระหว่างแบรนด์หนึ่งที่มีคอนเทนต์ให้อ่านเกี่ยวกับสินค้าและบริการ มีคอนเทนต์อัปเดตใหม่ๆอยู่เสมอและอีกแบรนด์ที่ไม่มีคอนเทนต์ที่อัปเดต ไม่มีคอนเทนต์มากมายให้อ่านมากนัก […]

3 เคล็ดลับสำหรับนักศึกษาที่ก่อตั้งธุรกิจ

อินเทอร์เน็ตได้ทำลายกำแพงแห่งช่องวัยในอาชีพหลายอาชีพและหนึ่งในอาชีพที่เมื่ออยู่ในโลกดิจิทัล โลกที่มีอินเทอร์เน็ตได้ก้าวกระโดดประสิทธิภาพในการทำมากขึ้น นั้นก็คืออาชีพ ผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจต่างๆที่ไม่จำกัดช่วงวัย ไม่ว่าวัยใดแห่งมีความคิดและใจรักก็สามารถก่อตั้งธุรกิจได้ ช่วงวัยที่นิยมก่อตั้งธุรกิจที่พบเห็นได้ทั่วไปในทุกวันนี้ก็คือ นักศึกษา มีธุรกิจมากมายที่ก่อตั้งโดยนักศึกษาหรือเริ่มต้นจากนักศึกษา แน่นอนว่าก่อตั้งธุรกิจใครๆก็สามารถทำได้ สิ่งที่ยากคือการทำอย่างไรให้ธุรกิจนั้นรอดต่างหาก 3 เคล็ดเหล่านี้คือ เคล็ดลับสำหรับนักศึกษาที่ก่อตั้งธุรกิจ 1.เส้นใยความสัมพันธ์สุดแข็งแกร่ง  เมื่อถึงวัยทำงาน การจะพบเจอผู้คนใหม่ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากขึ้นเมื่อเทียบกับวัยนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มีความสามารถหลากหลาย หากอยากรู้จักใครก็สามารถเข้าไปทำความรู้จักได้ การสร้าง Connection ในช่วงวัยมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งสำคัญเพราะสายสัมพันธ์เหล่านั้นจะกลายเป็นสายสัมพันธ์สุดแข็งแกร่งได้ในทั้งปัจจุบันและอนาคตภายหลัง นอกจากนี้เหล่าบัณทิต ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยก็เป็น Connection ชั้นยอดที่จะสามารถคอยช่วยเหลือรุ่นน้องอย่างคุณได้ ดีไม่ดีในวัยนักศึกษาคุณอาจจะสามารถหาเพื่อนมาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจคู่ใจได้อย่างยาวนานไปจนถึงอนาคตเลยก็เป็นได้ 2.อาจารย์มหาวิทยาลัยคือที่ปรึกษาชั้นยอด หากคุณมีไอเดียที่อยากจะริเริ่มทำอะไรสักอย่างและต้องการคำปรึกษาแบบฟรีๆ ก็ไม่มีใครที่จะสามารถช่วยเหลือคุณได้อย่างจริงใจและฟรีอย่างอาจารย์มหาวิทยาลัยได้อีกแล้ว เมื่อออกสู่โลกการทำงาน การจะหาคนที่ช่วยเหลือคุณอย่างไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทนเลยตามท้องถนนเป็นเรื่องที่ยาก เพราะฉะนั้นในวัยนักศึกษา คุณสามารถขอคำปรึกษาจากเหล่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเรื่องไอเดียธุรกิจและความรู้เชิงลึกได้มากมาย โดยเฉพาะเหล่าคณะที่สอนความรู้ทางด้านธุรกิจ การเงิน อาจารย์ของคณะเหล่านั้นรับรองว่าจะช่วยคุณได้เป็นอย่างมากในการเริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจ 3.เรียงลำดับสิ่งสำคัญให้ดี วัยนักศึกษาก็ย่อมยังต้องศึกษาความรู้อยู่ การเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นสิ่งสำคัญ การหาเหตุผลสำคัญในการก่อตั้งธุรกิจให้ดีนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในวัยนักศึกษาที่ต้องพึ่งบริหารเวลาให้ดี หากคิดอยากจะทำเล่นๆแล้วล่ะก็ บางครั้งมันอาจจะไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียเปล่า การจัดเรียงลำดับสิ่งสำคัญ การแบ่งเวลาให้ได้นั้นเป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำให้ได้ ถ้าอยากจะบริหารทั้งธุรกิจและชีวิตนักศึกษาให้รอด มีผู้ประกอบการมากมายที่ก่อตั้งธุรกิจตั้งแต่วัยนักศึกษา แต่ก็ใช่ว่าทั้งธุรกิจที่ก่อตั้งนั้นจะไปรอด จดจำ 3 เคล็ดเหล่านี้ไว้ให้ดีและใช้ประโยชน์จากมันให้ได้มากที่สุด ข้อสำคัญคือการเรียงลำดับสิ่งที่สำคัญและแบ่งเวลาให้เป็น มิเช่นนั้นทั้งธุรกิจและการเรียนของคุณอาจจะล้มเหลวสลายหายไปได้

การทำงานเบื้องหลังความสำเร็จของ Start Up มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Revolut บริษัท Startup ธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ในลอนดอนที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.2015 โดย CEO ชาวรัสเซีย Nikolay Storonsky ได้มีมูลค่าถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพียงในระยะเวลา 33 เดือนเท่านั้น นับว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นในการสร้างความสำเร็จของบริษัท การทำงานเบื้องหลังของความสำเร็จของบริษัทนี้ที่เป็นอาวุธเด็ดนั้นก็คือ คติ ทำงานให้มันเสร็จให้จนได้ และชั่วโมงทำงานสุดโหด   ทำงาน 13 ชั่วโมงต่อวัน Startup Revoulut นั้นสนับสนุนการทำงานอย่างขยันขันแข็งภายใต้คติที่ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามก็ต้องทำงานให้มันเสร็จ โดยพนักงานของ Revoulut นั้นปกติจะทำงานกันล่ะวันละ 13 ชั่วโมงต่อวัน เคล็ดลับในการสร้างแรงจูงใจให้ทำงานอย่างยาวนานของบริษัทนี้นั้นก็คือ เขาเลือกจะจ้างเพียงแค่คนที่มีแรงบันดาลใจสูงและเมื่อจ้างคนที่มีแรงบันดาลใจสูงพวกเขาก็จะชอบทำงานเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้การทำงาน 13 ชั่วโมงต่อวันนั้นอาจจะต้องทำยาวไปถึงตลอดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อีกด้วย การทำงานหนักเป็นระยะเวลายาวนานแต่ละวันของบริษัท Revoulut นั้นได้ส่งผลให้พวกเขาสามารถสร้างมูลค่าของบริษัทได้ถึง 1.3 พันลล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะเวลา 33 เดือน ความสำเร็จของบริษัทมาจากการทำงานอย่างทุ่มเทของพนักงาน แต่ว่ามันอาจจะไม่ใช่สถานที่ทำงานที่ดีต่อสุขภาพจิตใจเสียเท่าไรและค่อนข้างทรมาณ ถึงแม้รายได้ตอบแทนจะสูงการทำงานที่ Revoulut นั้นก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงจะมาทำงานด้วย ซึ่งเป็นการรีวิวโดยอดีตพนักงานของบริษัท Revoulut   แน่นอนว่าใครๆก็ต่างโหยหาความสำเร็จ แต่การทำงานเป็นระยะเวลานานนั้นคุ้มหรือไม่ […]